วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

สุพรรณบุรี อพท.ดึงภาคีเครือข่ายร่วมพัฒนาเมืองโบราณอู่ทอง รองรับอาเซียน




 
              อพท.ดึงภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองโบราณอู่ทอง รองรับอาเซียน เป็นอรุณรุ่งแห่งวัฒนธรรมทวาราวดี






              ว่าที่ร้อยตรีสุพีร์พัฒน์ จองพานิช  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ลงพื้นที่ เมืองโบราณอู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ร่วมกับนายบรรหาร ศิลปอาชา ที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อประชุมติดตามความคืบหน้าการพัฒนาพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตามมติของคณะรัฐมนตรี ที่เห็นชอบประกาศให้เป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  ร่วมกับภาคีเครือ ซึ่งประกอบด้วย หน่วยงานราชการ สถานศึกษา ภาคเอกชน และชุมชนในเขตพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง






       ทั้งนี้ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  หรือ อพท. ได้จัดทำแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนผลักดันให้เมืองโบราณอู่ทอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ เชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ อารยธรรมสุวรรณภูมิ  เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางการท่องเที่ยวเมืองโบราณอู่ทองกับประเทศเพื่อนบ้าน  รองรับการเปิดประชาคมอาเซียน  และให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งโครงการที่ขับเคลื่อน ได้แก่  การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างกิจกรรมการท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์ และการบริหารจัดการ  พร้อมกันนี้ได้จัดสร้างอุทยานเรียนรู้นานาชาติ- อาเซียน  เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และพระพุทธศาสนา ในยุคทวาราวดี รวมถึงเป็นแหล่งการสืบค้น เรื่องราวการก่อกำเนิดชนชาติไทยและศิลปวัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์ของชนชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในพื้นที่ดินแดนสุวรรณภูมิ





เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

 

พ.อ.นฤดล ท้าวฤทธิ์ ตรวจเยี่ยมศูนย์ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ประเทศเนปาล



            พ.อ.นฤดล   ท้าวฤทธิ์ รอง ผบ.จทบ.ก.จ.และคณะฯ ตรวจศูนย์รับริจาคเงินและสิ่งของ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย  ประเทศเนปาล ณ ศาลาขุนแผน เทศบาลเมืองกาญจนบุรี





            เมื่อ ๗ พ.ค.๕๘  พ.อ.นฤดล   ท้าวฤทธิ์ รอง ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกกาญจนบุรี พร้อมคณะ ฯ ตรวจศูนย์รับริจาคเงินและสิ่งของ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย  ประเทศเนปาล ณ ศาลาขุนแผน เทศบาลเมืองกาญจนบุรี







สุพรรณบุรี พ.ต.อ.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ ล่าแก๊งโจรกรรมรถยนต์ในโรงพยาบาล




             วันที่ 7 พ.ค. พ.ต.อ.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์  รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี (รรท.ผบก.ภ.จว.) ได้ลงพื้นที่ สภ.บางปลาม้า  เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามเร่งรัดคดีโจรกรรมรถยนต์ โดยมี พ.ต.อ.สกล สิทธิวิชัย ผกก. สภ.บางปลาม้า พ.ต.อ.พีระรัตน์  ตันธนะชัย  พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ (พงส.ผทค.) พ.ต.ท.นพสิณ จินดารัตน์ รอง ผกก.ป.พ.ต.ท.วิชัย ปริ่มปาน สว.สส.พร้อมฝ่ายสืบสวนเข้าร่วมประชุม  สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 พ.ค.เกิดเหตุคนร้ายพยายามก่อเหตุลักทรัพย์รถยนต์ ในพื้นที่ตลาดบ้านสุด ต.ไผ่กองดิน ถึง 2 คันซึ่งรถที่คนร้ายพยายามโจรกรรมนั้นคือรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ เจ้าของจอดไว้บริเวณหน้าบ้าน ห่างกันประมาณ 200 เมตรถูกคนร้ายงัดประตูเข้าไปทำลายอุปกรณ์ ล็อกภายในรถแต่ไม่สามารถนำรถไปได้





             ต่อมาเช้าวันที่ 5 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปลาม้า  รับแจ้งเหตุคนร้ายเข้าไปโจรกรรมรถยนต์ที่ลานจอดโรงพยาบาลบางปลาม้า หมู่ 5 ต.โคกคราม  ไปตรวจสอบรถที่ถูกโจรกรรมคือรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดราก้อนอายสีฟ้า แค็ป ทะเบียน 1884 สุพรรณบุรี สอบสวน นางพินิจ เที่ยงตรง อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 2 ต.จรเข้ใหญ่ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ยืนน้ำตาคลอด้วยความเสียใจรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ



           นางพินิจ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้มาเฝ้าไข้บิดาโดยขับรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดราก้อนอายสีฟ้า แค็ป ทะเบียน 1884 สุพรรณบุรี มาจอดไว้ที่ลานจอดรถด้านหน้าของโรงพยาบาลโดยจอดไว้เมื่อวันที่ 4 พ.ค. เวลาประมาณ 18.00 น. และช่วง 22.00 น.สามีได้ลงมานอนอยู่ในรถประมาณ 10นาที สามีได้ล็อกประตูล็อกเกียร์ไว้เรียบร้อยก่อนจะขึ้นไปนอนเฝ้าบิดากระทั่งเช้า เวลาประมาณ 06.00 น. จึงลงมาที่รถเพื่อจะย้ายที่จอดพบว่ารถหายไปจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบและอยากฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามรถของตนคืนให้ได้ด้วย





            ทางด้าน พ.ต.อ.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์  รรท.ผบก.ภ.จว.กล่าวว่า จากการตรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของ รพ.ซึ่งจับภาพรถยนต์กระบะไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ที่คาดว่าเป็นรถของคนร้ายได้ขับตามกันออกจาก รพ.ขึ้นถนนสาย 340 สุพรรณบุรี-บางบัวทอง มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ แล้วหายไป ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุคาดว่ามีไม่น้อยกว่า 2 คนเบื้องต้นยังไม่ทราบกลุ่มคนร้ายว่าเป็นกลุ่มไหนคาดว่าเป็นรายเดียวกับที่พยายามโจรกรรมรถยนต์ ในเขต ต.ไผ่กองดิน ถึง 2 ครั้งแต่ไม่สามารถนำรถได้เนื่องจากเจ้าของติดตั้งระบบป้องกันไว้ดี และคนร้ายรับใบสั่งให้มาโจรกรรมโดยเฉพาะเนื่องจากรถที่คนร้ายโจรกรรมไปนั้นเป็นรุ่นเก่าและหาอะไหล่ยากจึงอาจเป็นไปได้ว่าเป็นแก๊งชำแหละรถยนต์ขายชิ้นส่วนอะไหล่ ตนได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามสืบหาเบาะแสของคนร้ายเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว พร้อมฝากถึงประชาชนที่มีรถยนต์ทุกชนิดไม่ว่ารุ่นเก่าหรือใหม่ ว่าอุปกรณ์ป้องกันนั้นไม่สามารถเชื่อถือได้ 100 เปอร์เซ็นต์ จึงต้องระวังให้มาก




            ทางด้าน น.ส.สุจิกาญจน์  รัฐภรณ์ศิริกุล หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป รพ.บางปลาม้า กล่าวว่าทาง รพ.มีระบบป้องกันในระดับหนึ่งโดยการติดตั้งกล้องวงจรปิดตามจุดต่างกว่า 30 จุดและมี รปภ.เฝ้าที่ประตูเข้าออก แต่เราไม่สามารถรู้ได้ว่ารถที่เข้ามาใน รพ.คันไหนเป็นรถคนร้ายและไม่สามารถตรวจค้นได้ อย่างไรก็ตาม ทาง รพ.จะได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดระบบอินฟาเหรดคุณภาพสูงเพิ่มอีก 20 จุดทั่วบริเวณ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัยทรัพย์สินให้กับญาติคนไข้ เนื่องจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ใช้งานมานาน




เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

ม.คริสเตียน นางสาว จีรสุดา ศรีสุวงษ์ รับรางวัลชนะเลิศ ประกวดคำขวัญ กยศ.




นางสาว จีรสุดา  ศรีสุวงษ์  นักศึกษา มหาวิทยาลัยคริสเตียน สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดคำขวัญสร้างจิตสำนึกชำระหนี้คืนกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยมีคำขวัญว่า “  คืนเงิน กยศ. ให้ชาติ  มอบโอกาสให้น้อง ”  




   เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2558  นางสาว จีรสุดา  ศรีสุวงษ์  รหัสนักศึกษา 570439 นักศึกษาสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดคำขวัญสร้างจิตสำนึกชำระหนี้คืนกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อให้นักศึกษาตระหนักถึงความสำคัญของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต  (กรอ.) และมีส่วนร่วมในการรณรงค์เรื่องการชำระหนี้คืน โดยมีคำขวัญว่า “คืนเงิน กยศ. ให้ชาติ  มอบโอกาสให้น้อง”  จากผู้เข้าร่วมประกวดในชมรมนักศึกษา กยศ.และ  กรอ.มหาวิทยาลัยคริสเตียน จำนวนมาก


ชนาธิป  พึ่งดอกไม้  ฝ่ายประชาสัมพันธ์   มหาวิทยาลัยคริสเตียน
เรวัติ น้อยวิจิตร สุพรรณบุรีนิวส์  rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

สุพรรณบุรี ลงเสาเอกบ้านสวยเมืองสุข เทิดไท้องค์ราชัน พร้อมกัน 110 ตำบล 110 หลัง





                 ว่าที่ร้อยตรีสุพีร์พัฒน์ จองพานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ประธานพิธีลงเสาเอกสร้างโครงการบ้านสวยเมืองสุข เทิดไท้องค์ราชัน ณ บ้านนายวิรัตน์ เรืองสวัสดิ์  ผู้ผ่านการประชาคมคัดเลือกตำบลสวนแตง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี พร้อมกล่าวว่า จังหวัดสุพรรณบุรี  สานต่อปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ในการช่วยคนยากจน ไร้ที่อยู่อาศัย ด้วยการนำขยะที่เหลือใช้มาสร้างบ้านช่วยเหลือผู้ยากไร้ เทิดไท้องค์ราชัน โดยเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ทุกอำเภอได้รวมรวมขยะมาทอดผ้าป่าขยะ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 5 รอบ  และในวันฉัตรมงคล เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับพระบรมราชาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทย






               จังหวัดสุพรรณบุรี ได้จัดพิธีลงเสาเอกพร้อมกันทุกหลัง และลงมือสร้างบ้านให้แล้วเสร็จ  ซึ่งในวันที่ 12 สิงหาคม 2558 หรือวันแม่แห่งชาติ จะทำการส่งมอบบ้านให้แก่ผู้ยากจนได้เข้าอยู่อาศัย และวันที่สำคัญอย่างยิ่งของคนไทย คือ  5 ธันวาคม 2558 วันพ่อแห่งชาติ ชาวสุพรรณบุรีช่วยกันตั้งชื่อให้สอดคล้อง กับบ้านสวยเมืองสุข เทิดไท้องค์ราชัน พร้อมมอบป้ายชื่อบ้านเพื่อนำไปติดที่บ้านทุกหลัง







              ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและองค์กรต่างๆ ได้สนับสนุนและร่วมบริจาควัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก อาทิ องค์บริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี  พัฒนาชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี  สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 2 จังหวัดสุพรรณบุรี และสมาคมโรงสีข้าวเป็นต้น อย่างไรก็ตาม หากทุกจังหวัดร่วมมือกัน นำขยะที่เหลือใช้มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำโครงการทอดผ้าป่าขยะ สร้างบ้านจังหวัดละหนึ่งหลัง ก็สามารถช่วยคนยากจน ไร้ที่อยู่อาศัย และสามารถลดขยะภายในประเทศได้เป็นจำนวนมาก






เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

สุพรรณบุรี เปิดถนนสายดอกไม้ เทิดพระเกียรติฯ เนื่องในวันฉัตรมงคล




            ชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมปลูกต้นเหลืองปรีดียาธร  “ถนนสายดอกไม้...เทิดพระเกียรติ” ยาวที่สุดในประเทศไทยระยะทาง 36 กิโลเมตร   ส่งเสริมการท่องเที่ยวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

 




            ว่าที่ร้อยตรีสุพีร์พัฒน์ จองพานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอหนองหญ้าไซ สามชุก ด่านช้าง เดิมบางนางบวช องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ ร่วมปลูกต้นเหลืองปรีดียาธร  ณ “ถนนสายดอกไม้...เทิดพระเกียรติ” (บ้านดอนไร่ - อ่างเก็บน้ำเขื่อนกระเสียว  ) เนื่องในวันฉัตรมงคล เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงมีพระชนมายุ  60 พรรษา 2 เมษายน 2558  โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ขอให้ทุกคนและผู้มีส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ช่วยกันดูแลตลอดจนบำรุงดินและรดน้ำ เพื่อให้ถนนดอกไม้ มีความสวยงามมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เป็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่เพิ่มขึ้น





              ด้านนายวีระศักดิ์  วิจิตร์แสงศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวยืนยันว่า การเปิดตำนาน ถนนสายดอกไม้ในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของประชาชนชาวสุพรรณบุรี ที่ตั้งใจสร้างตำนาน   “  ถนนสายดอกไม้ ”   ที่สวยและยาวที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย  อย่างไรก็ตาม การปลูกต้นไม้ดังกล่าวพร้อมกันทุกพื้นที่ตลอดเส้นทาง 36 กิโลเมตร จำนวน 1,900 ต้นในวันนี้ เป็นการปลุกจิตสำนึกความเป็นเจ้าของร่วมกัน โดย แขวงทางหลวงสุพรรณบุรี ที่ 1 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากระเสียว  ฝ่ายปกครอง องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ จะช่วยกันดูแลรักษา ตลอดจนเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆของจังหวัดสุพรรณบุรี อย่างเป็นรูปธรรม





เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

สุพรรณบุรี นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี เยี่ยมอาการป่วย " เสือใบ "



        รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ติดตามความคืบหน้าการรักษา  เสือใบ อดีตเสือชื่อดังของตำนานเมืองสุพรรณบุรี หลังป่วยหนักจากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด



 นายใบ สะอาดดี หรือ เสือใบ อายุ 94 ปี 


        นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวถึงความคืบหน้าการรักษา  นายใบ สะอาดดี หรือ เสือใบ อายุ 94 ปี อดีตเสือชื่อดังในตำนานเสือเมืองสุพรรณบุรี ที่ป่วยหนักจากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด และปอดอักเสบ ต้องเข้าพักรักษาตัวที่ห้องไอซียู รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช ซึ่ง โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช ได้ส่งตัว นายใบ สะอาดดี (เสือใบ) ไปรักษาต่อที่ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพมหานคร โดยได้รับการประสานและเปิดเผยข้อมูลจาก ผศ.พ.อ.ดุสิต จันทยานนท์ ผู้อำนวยการกองตรวจโรคผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ว่าเมื่อผู้ป่วยมาถึง มีความดัน140/90ใส่ท่อช่วยหายใจไม่มีไข้ อ่อนเพลีย ส่งเข้าอยู่ ห้อง ICU CVTชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ขณะนี้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกำลังประเมินอาการแล้วจะกำหนดเวลาการผ่าตัด  ซึ่งจากการตรวจสอบอาการเบื้องต้นพบว่า หลอดเลือดที่โป่งไปกดทับระบบทางเดินหายใจนั้น มีขนาดใหญ่มากเริ่มทำการรักษาด้วยการฟอกเลือดล้างไต เพื่อประคับประคองทุกระบบของร่างกาย โดยแพทย์จะประเมินอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป




        รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนตัวไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติ เนื่องจาก เคยไปพบที่บ้านพันตำลึง ตำบลดอนกำยานอยู่หลายครั้ง ครั้งสุดท้ายน่าจะเป็นปลายปี 2556เพื่อหาข้อมูลของเสือเก่าๆเมืองสุพรรณ ประทับใจกับข้อมูลที่แกให้ ทั้งเรื่องของเหตุผลการเป็นเสือ การปล้นคนรวยมาช่วยคนจน สำนึกผิดในความเลวที่ต้องเป็นโจร ลูกผู้ชายตัวจริงที่กลับเนื้อกลับตัว เดินตามรอยพระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ฯลฯ  ทั้งนี้  นายวัน แก้วตา ก็คือนายใบ สะอาดดี หรือเสือใบ อีกหนึ่งตำนานเสือเมืองสุพรรณนั่นเอง





เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445